
21/02/51
วันมาฆบูชา
วันนี้เป็นวันหยุดราชการ เป็นวันนักเรียนหยุดเรียน เป็นวันหยุดของแม่
พี่พลอยหยุดเรียน แต่ไม่หยุดไปมหาวิทยาลัย เพราะต้องไปคัดเลือกใบสมัคร
ของน้อง ๆที่ส่งมาเพื่อเข้าค่าย มารีนแคมป์ของคณะฯ ของพี่พลอย
ทั้งกิจกรรม ทั้งเตรียมสอบ แต่แม่ดูแล้วว่าพี่พลอยดูแลตัวเองได้
รู้จักในการแบ่งเวลา แบ่งงาน แบ่งหน้าที่ ของตัวเอง
ว่าเวลาไหนต้องทำอะไร อันไหนสำคัญก่อน หลัง
แม่ไว้ใจหนูลูก ลูกสาวแม่

พี่เปรม ก็หยุด เพื่ออ่านหนังสือเตรียมสอบ แม่เลยไม่ให้มาด้วย
เพราะว่าต้องใช้เวลาในการอ่านหนังสือ จะสอบวันพุธที่จะถึงนี่แล้ว
อ่านหนังสือเตรียมสอบไปก่อน ไว้ปิดเทอม เรามีเวลาอีกเยอะ
และแม่จะพาไปเที่ยวอีกนะครับ ลูกชายแม่

น้องศีลกับแม่ไปอยุธยา เรามีนัดกับน้องๆ ที่ทำงานตั้งใจจะไปทำบุญกัน
ไหน ๆ ก็เป็นวันพระ วันหยุด ได้ฤกษ์ดีแล้วที่จะได้ไปกันสักที
จิตใจมันจะได้หายฟุ้งซ่าน สติสตังกลับมาอยู่กับเนื้อกับตัวซะที
ก็ไปรถน้องที่เป็นเอ็นจิเนีย ที่บริษัทฯ มารับแม่ที่บ้าน
เราไปกัน 5 คน มีรุ่นพี่คนนึงเค้าจะไปดูหมอที่แก่งคอย เราแวะไปส่งเค้าก่อน
และก็น้องที่ขับรถเอ็นจิเนียที่บริษัทฯ กับแฟนเค้า และก็เลขา MD. อีกคน
ไปกันเท่านี้ พอพี่เค้าลงที่แก่งคอยก็เหลือกันแค่ 5 คน รวมศีลด้วย
เริ่มออกจากบ้าน 8.00 น้องโอ๋ เอ็นจิเนียมารับแม่ที่บ้านเสร็จแล้วก็เข้ามอเตอร์เวย์
ไปลงที่ลำลูกกา Big C ลำลูกกา แวะรับ กุ้ง (เลขาฯ) ออกจาก Big C ประมาณ 8.45
ก็วิ่งเส้นรังสิต -องค์รักษ์ ไปเข้าแยกบ้านนา เพื่อไปแก่งคอย ส่งพี่โต๋ เพื่อไป
ดูหมอดู ที่สำนักอะไรสักแห่ง แม่จำชื่อไม่ได้ เป็นทางเข้าสุสานฮูลิน หรืออะไรนี่หละ
ออกจากแก่งคอย ประมาณ 10.45 เราก็เดินทางต่อเข้าอยุธยา
ถึงอยุธยา เราแวะกันที่วัดแรกเลยคือ
วัดใหญ่ไชยมงคล รถติดมาก หน้าวัดนั่นหละ รถเยอะ คนเยอะมาก ๆ
มาเห็นแล้ว ถึงได้นึกว่า อืม วันนี้วันพระ คนก็จะมาไหว้พระกันเยอะเค้าก็เหมือนๆ เรานะ
แม่ก็เดินทางไหว้พระตามโปรแกรมของการท่องเที่ยวเลย เพราะ print ออกมา และก็
ไปตามเส้นทางนี้เลย ตอนแรกนึกว่าจะไม่ทันเวลา เพราะเรามาถึงอยุธยากันก็เกือบเที่ยง
แต่ปรากฎว่า สุดท้ายก็ถึง ครบวัดที่ 9 เวลาประมาณ 18.00 น. พอดี
และที่วัดสุดท้าย เราก็ได้มีโอกาสได้เวียนเทียนรอบองค์พระด้วย
เฮ้อ อิ่มบุญ อิ่มใจ ดีจริงๆๆ
เพราะเส้นทางระหว่างวัดจะอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน แม่ก็เอาโปรแกรมเส้นทาง
มาลงให้ดูกันด้วย แต่ผิดพลาดนิดนึงที่ท้องหิว เลยแวะกินก๋วยเตี๋ยวไก่ฉีกหน้าวัดใหญ่
กันก่อน เพระรถติดมาก ก็เลยแวะไหว้พระวันใหญ่ก่อนเป็นวัดแรก และถึงไปต่อที่
วัดพนัญเชิญ นอกนั้นเราก็ตามโปรแกรม เป๊ะๆๆ


วัดพนัญเชิง มหามงคล ด้านการค้าพาณิชย์รุ่งเรือง ความสำเร็จในงาน
วัดพนัญเชิง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำป่าสักทางทิศใต้ฝั่งตรงข้ามของเกาะเมือง ห่างจากตัวเมืองราว 5 กิโลเมตร ในพระวิหารเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่ สร้างเมื่อพ.ศ.1867 เดิมชื่อ พระพุทธเจ้าพนัญเชิง แต่ในรัชกาลที่ 4 เมื่อมีการบูรณะปฏิสังขรณ์ พระพุทธรูปองค์จึงนี้ได้พระราชทานนามใหม่ว่า พระพุทธไตรรัตนนายก (ชาวบ้านนิยมเรียกหลวงพ่อโต ชาวจีนนิยมเรียกว่า ซำปอกง) เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยลงรักปิดทอง มีขนาดหน้าตักกว้าง 14.10 เมตรและสูง 19 เมตร ฝีมือปั้นงดงามมาก อาจนับได้ว่า เป็นพระพุทธรูปนั่งสมัยอยุธยาตอนต้น ที่มีขนาดใหญ่มากที่สุดที่เหลืออยู่ในปัจจุบัน เป็นที่เคารพสักการะของชาวจังหวัดอยุธยา และจังหวัดใกล้เคียง ใครมาอยุธยาต้องไม่พลาดที่จะแวะที่วัดนี้
วัดที่สอง วัดใหญ่ชัยมงคล มหามงคลด้านชัย มงคล เมตตามหานิยม
วัดนี้สร้างในสมัยพระเจ้าอู่ทอง เมื่อ พ.ศ. 1900 ได้รับพระราชทานนามว่า วัดป่าแก้ว ต่อมาเป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าวันรัต พระสังฆราชฝ่ายวิปัสนา ชาวบ้านจึงเรียกวัดนี้ว่า วัดเจ้าพระยาไทย (หมายถึงสังฆราช) มีเจดีย์องค์ใหญ่ทรงระฆังคว่ำ สูงประมาณ 60 เมตร ได้รับพระราชทานนามจากสมเด็จพระนเรศวร ว่า เจดีย์ชัยมงคล สร้างเพื่อเฉลิมพระเกียรติยศ ที่ทรงกระทำยุทธหัตถีชนะสมเด็จพระมหาอุปราชาแห่ง
พม่า พระศักดิ์สิทธิ์คู่วัดนี้ได้แก่ พระนอนขนาดใหญ่ ซึ่งสร้างในสมัยสมเด็จพระนเรศวร
วัดที่สาม วัดพระญาติการาม เมตตามหานิยม บูชาพระรัตนตรัย
วัดพระญาติการาม หรือที่ชาวบ้านทั่วไปมักเรียกกันว่า วัดพระญาติ สร้างขึ้นตั้งแต่ครั้งที่กรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี สิ่งศักดิ์สิทธิ์และสิริมงคลของวัดนี้ คือพระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปหินทรายขนาดหน้าตักกว้าง 4 ศอก ปางมารวิชัย สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา
วัดที่สี่ วัดสมณโกฐาราม บูชาบูรพกษัตริย์ กตัญญูกตเวทิตา เมตตามหามงคล
เป็นวัดที่เจ้าพระยาโกษาธิบดี (เหล็ก) และเจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน) ปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ ในสมัยแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช วัดนี้มีพระปรางค์องค์ใหญ่งดงามมาก รูปทรงสัณฐานแปลกตากว่าที่อื่น สันนิษฐานว่าเลียนแบบมาจากวัดเจดีย์เจ็ดยอด เมื่อคราวที่เจ้าพระยาโกษา (เหล็ก) ไปตีเมืองเชียงใหม่ เมื่อพ.ศ. 2205 ภายในอุโบสถ มีพระประธานเก่าแก่ซึ่งสร้างสมัยอยุธยา เป็นที่เคารพสักการะของคนทั่วไป
วัดที่ห้า วัดประดู่ทรงธรรม เมตตามหานิยม การช่วยเหลือสรรพสัตว์และการเสียสละ
เดิมชื่อวัดประดู่ หรือวัดประดู่โรงธรรม ไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างสมัยใด ภายในพระอุโบสถ มีภาพจิตรกรรมฝาผนังในสมัยรัตนโกสินทร์ เช่น ภาพกระบวนพยุหยาตราทางสถลมาตร การแสดงมหรสพในงานถวายพระเพลิงพระบรมศพพระพุทธเจ้า
วัดที่หก พระบรมสารีริกธาตุ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา บูชาพระบรมสารีริกธาตุ ถือเป็นมงคลสูงสุดของชีวิต
ขุดพบพระบรมสารีริกธาตุนี้จากกรุพระปรางค์วัดมหาธาตุ พระบรมสารีริกธาตุ หมายถึง พระอัฐิธาตุของพระพุทธเจ้า ซึ่งพุทธศาสนิกชน จะมีความเชื่อถือในอำนาจศักดิ์สิทธิ์ที่มีอยู่กับพระบรมสารีริกธาตุนั้น และสักการะ เพื่อน้อมขอพระบารมีให้คุ้มครองตัวเอง ให้แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยามีผอบเจดีย์ทองคำ ซึ่งบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ขุดพบ ณ วัดมหาธาตุ วัดราชบูรณะ เจดีย์สุริโยทัย
วัดที่เจ็ด วิหารพระมงคลบพิตร พระคู่บ้าน คู่เมืองอยุธยา สิริมงคลทุกด้าน
พระมงคลบพิตรเป็นพระพุทธรูปบุสัมฤทธิ์ปางมารวิชัย มีขนาดหน้าตักกว้าง 9.55 เมตรและสูง 12.45 เมตร นับเป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่องค์หนึ่งในประเทศไทย สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยสมเด็จพระไชยราชาธิราช เดิมประดิษฐานอยู่กลางแจ้งที่วัดชีเชียง สมเด็จพระเจ้าทรงธรรม โปรดให้ชะลอมาไว้ ณ ที่ปัจจุบัน ต่อมาฟ้าผ่ายอดมณฑปที่สวมไว้ พระเจ้าเสือจึงโปรดให้ก่อสร้างใหม่เป็นวิหาร ในคราวเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 วิหารพระมงคลบพิตรถูกไฟไหม้ รัชกาลที่ 5 จึงโปรดเกล้าฯ ให้มีการปฏิสังขรณ์ใหม่
วัดที่แปด วัดธรรมิกราช เมตตามหานิยม คุ้มครองรักษาโรคภัยอันตราย
เป็นวัดสงฆ์มหานิกาย เดิมชื่อวัดมุขราช ที่วิหารหลวงแห่งนี้ เคยเป็นที่ประดิษฐ์ของเศียรพระพุทธรูปหล่อสัมฤทธิ์ ศิลปะสมัยอู่ทอง ซึ่งปัจจุบัน กรมศิลปากรนำไปไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา ด้านทิศเหนือของพระเจดีย์สิงห์ล้อม 52 ตัวที่แตกต่างไปจากเจดีย์ช้างล้อมพระพุทธไสยาสน์มีความยาว 12 เมตร หันพระพักตร์ไปทางทิศเหนือ ที่ฝ่าพระบาทปิดทองประดับกระจก
ปิดท้ายกันที่ วัดที่เก้า วัดหน้าพระเมรุราชิการาม มหามงคล ความเจริญรุ่งเรือง เมตตามหานิยม
มีชื่อเดิมว่า วัดพระเมรุราชิการาม วัดนี้เป็นวัดเดียวในกรุงศรีอยุธยา ที่ไม่ได้ถูกพม่าทำลายและยังคงปรากฏสถาปัตยกรรมแบบอยุธยา อยู่ในสภาพสมบูรณ์มากที่สุดในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พระประธานในอุโบสถสร้างปลายสมัยอยุธยา เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ทรงเครื่องแบบกษัตราธิราช มีนามว่า พระพุทธนิมิตวิชิตมาร โมลีศรีสรรเพชญ์บรมไตรโลกนาถ จัดเป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องสมัยอยุธยา ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด เท่าที่มีปรากฏอยู่ในปัจจุบันและมีความสมบูรณ์งดงามมาก

18.00 น. เราก็หมดโปรแกรม ดีเหมือนกัน วันแรก ๆ ที่เราไป คนจะเยอะมากแต่พอมา
เข้า วัดที่ 3 ไป คนก็เริ่มน้อย ไม่ต้องเบียดเสียดคนเยอะ สามารถเข้าไปไหว้พระได้
ในพระอุโบสถเลย
ศีลเองก็เก่งมาก ๆ เลยนะลูก มีร้องโยเยบ้างเพระอยากขึ้นบันไดปีนที่วัดใหญ่ฯ
แต่ไม่ได้ขึ้น เลยร้องไห้กะแม่สุดฤทธิ์ สุดเดช
แต่พอไปต่อเรื่อยๆ ก็หายอาการงอแง สนุก และเพลินเค้าหละ แต่แม่ต้องคอยตามจับ
เพราะศีลจะซนมา ชอบเดินหนี จะไปตีระฆังบ้าง จะไปหยอดน้ำมันตะเกียงบ้าง
แต่ก็ผ่านไปด้วยดี สุดท้ายของวันเราไปแวะกินข้าวเย็นกันที่
ครัวจำลอง ริมน้ำเจ้าพระยา มีเพื่อนที่อยู่อยุธยาเป็นเจ้าภาพ นัดเจอกันตอนเย็น
และก็เลี้ยงข้าวเรา ใจดีจริงๆ เลย กว่จะได้ออกจากร้านอาหารก็ 20.30 น.
กลับบ้านเรา พ่อเด่นก็โทรตามเราติด ๆ ว่าถึงไหนแล้ว ด้วยความเป็นห่วง
เราก็ถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ ประมาณ 23.45 น. ศีลก็หลับมาสนิท
ดีที่แม่เช็ดเนื้อตัวใหศีลก่อนออกจากร้านอาหาร ถึงบ้านก็เปลี่ยนเสื้อผ้า
และก็นอนได้ทันที แต่ศีลก็ตื่นมาบ่นเจ็บคอ มีน้ำมูก เลยต้องป้อนยากันตอนดึก
หลังจากนั้นลูกก็หลับปุ๋ยสนิททั้งคืน คงจะทั้งเหนื่อย และเพลีย
งานนี้ขอบคุณมาก ๆ เลยสำหรับ น้องโอ๋ ที่ขับรถพาพวกเราไปเที่ยว ไม่ให้แม่ช่วย
จ่ายค่าน้ำมันเลย แม่ก็เลยเลี้ยงข้าวมื้อเที่ยงร้านก๋วยเตี๋ยวไก่ฉีกแทน
ขอบคุณน้องตุ๋ย เพื่อนเก่าที่ทำงานของแม่ เจ้าภาพเลี้ยงข้าวเย็นที่อยุธยา
งานนี้ก็มีให้ shopping กันที่ตลาดข้าง ๆ วิหารมงคลบพิตร
แม่กะว่า แม่จะมาอีกรอบ แต่คงใช้บริการทัวร์ไหว้พระ 9 วันของ ขสมก.
แม่เห็นรถที่มาน่าสนุกดี และก็น่าจะสบายเพราะมารถยูโร จะพายายมาบ้าง
ไม่ต้องขับรถมาเอง นั่งมาสบาย ๆ ตามโปรแกรมเหมือนกัน
ดีจริงๆ ที่ได้มีโอกาส มาไหว้พระ 9 วัดครั้งนี้ได้สมความตั้งใจของเรา
เหนื่อย สนุก ได้บุญ
รักลูก ๆ จ๊ะ
แม่เอ๋
"P.S I Love You"

|